พิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) 2560

พิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้า รัชกาลที่ ๙ ของปวงชนชาวไทย

พิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้า รัชกาลที่ ๙ ของปวงชนชาวไทย

คณะสงฆ์วัดพุทธปทีป สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ร่วมกับปวงชนชาวไทยในสหราชอาณาจักร ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันอาทิตย์ที่ 22 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2560 เวลา 09.30 น. ถึง เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป  // ทางวัดจัดให้มีพิธีสดับปกรณ์ (สวดมาติกาบังสุกุล) ในภาคบ่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ถวายผ้าไตรจีวรจำนวน 109 ไตร ท่านใดประสงค์จะร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพถวายผ้าไตร เจ้าภาพภัตตาหารสำหรับถวายพระสงฆ์ หรือ เจ้าภาพโรงทาน กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่วัดพุทธปทีป โทร. 0208 9461357 | 0208 971 9790 | 07717 475 789

 

กำหนดการบำเพ็ญบุญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สตมวาร (ครบ 100 วัน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กำหนดการบำเพ็ญบุญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สตมวาร (ครบ 100 วัน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

 

กำหนดการบำเพ็ญบุญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สตมวาร (ครบ 100 วัน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กำหนดการบำเพ็ญบุญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สตมวาร (ครบ 100 วัน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

บุญทอดกฐิน-ลอยกระทง 2559

Kathina -Robe offering ceremony - will take place on the 13rd NOV 2016 at Wat Buddhapadipa Temple Lonon

Kathina -Robe offering ceremony – will take place on the 13rd NOV 2016 at Wat Buddhapadipa Temple Lonon

กำหนดการงาน
ทอดผ้าพระกฐินพระราชทานและลอยกระทง
ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน
วันอาทิตย์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
*********
BREAK2558
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานผ้าพระกฐิน แก่กลุ่มยุวพุทธิกะแห่งสหราชอาณาจักร และประชาชนชาวไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งมี เอกอัครราชทูตไทย เป็นประธาน นำไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ในวันอาทิตย์ที่ ๑๓พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ในงานนี้ได้จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การประกวดนางนพมาศ และออกร้านขายอาหารไทย สินค้าไทย ดังที่ได้ทำมาเป็นประจำทุกปี

กำหนดการ
เวลา ๐๙.๐๐ น. ตั้งองค์ผ้าพระกฐินในพระอุโบสถ วัดพุทธปทีป
เวลา ๐๙.๓๐ น. อุบาสกอุบาสิกาและประชาชนพร้อมกันในพระอุโบสถ
เวลา ๑๐.๐๐ น. ประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐิน – พระสงฆ์กรานกฐินและอนุโมทนา
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๓.๐๐ น. เริ่มการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยบนเวที และการประกวดนางนพมาศ
เวลา ๑๖.๐๐ น. ประกอบพิธีลอยกระทงที่สระน้ำ

จึงขอเชิญพี่น้องชาวไทยในสหราชอาณาจักร และพุทธศาสนิกชนทุกท่าน มาร่วมบำเพ็ญกุศลทอดผ้าพระกฐินฯ ลอยกระทง และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การประกวดนางนพมาศ, ชิมรสอาหารไทย ซื้อสินค้าไทย ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวนั้นโดยพร้อมเพรียงกัน ท่านที่มีกุศลศรัทธาไม่มีเวลาไปร่วมบำเพ็ญกุศลทอดผ้าพระกฐินได้ ขอเชิญบริจาคปัจจัยด้วยการส่งเช็ค ร่วมทำบุญโดยสั่งจ่ายในนามวัดพุทธปทีป “The Buddhapadipa Temple Trust”

วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน
14 Calonne Road, Wimbledon, London SW19 5HJ
Tel: 020 8946 1357, 020 8971 9790 (กดต่อเลขไหนก็ได้)
http://www.padipa.org/
E-mail: bpp@padipa.org
Facebook: Wat Buddhapadipa London

BREAK2558

ROYAL KATHINA ROBE OFFERING CEREMONY
AND LOY-KRATONG FESTIVAL
The Buddhapadipa Temple
Sunday 13th November 2016

*********

The Buddhapadipa Temple has a great pleasure in announcing that the Royal Kathina Robe Offering Ceremony and the Loy-Kratong Festival will be held at the Buddhapadipa Temple, 14 Calonne Road, Wimbledon, London SW19 5HJ on Sunday 13th November 2016. The programme is as follows:

PROGRAMME

Sunday 13th November 2016
09.00 am Arranging the Royal Kathina Robe in the Main Temple
09.30 am Gathering in the Main Temple
10.00 am Offering the Royal Kathina Robe to the Sangha of monks
11.00 am Offering lunch to the Venerable Monks
13.00 pm Cultural Performances followed by Miss Nopamasa Contest
16.00 pm The Loy-Kratong Festival will be held at the Lake

All are cordially welcome and please feel free to bring your friends and family members. All proceeds will go to the Temple Fund. If you are unable to attend the Kathina ceremony and Loy Kratong Festival on the day, but wish to make contribution to the Temple, please make a cheque payable to The Buddhapadipa Temple Trust and send it to the address as shown below.

The Buddhapadipa Temple
14 Calonne Road, Wimbledon, London SW19 5HJ
Tel: 020 8946 1357, 020 8971 9790 (any Ext. number)
www.watbuddhapadipa.org
E-mail: buddhapadipa@live.com
Facebook: Buddhapadipa Temple

BREAK2558

วันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ 2559

พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนอยู่เป็นประจำ ณ นครสาวัตถี จนมีประชาชนจำนวนมากหันมาเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงเป็นเหตุทำให้เหล่าเดียรถีย์เสื่อมลง (เดียรถีย์ หมายถึง นักบวชประเภทหนึ่งมีมาก่อนพระพุทธศาสนาและเป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาอย่าง ยิ่ง มีพุทธบัญญัติว่า หากเดียรถีย์จะมาขอบวชในพระพุทธศาสนาต้องมารับการฝึก เพื่อตรวจสอบว่ามีความเลื่อมใสแน่นอนเสียก่อน เรียกว่า ติตถิยปริวาส) พวกเดียรถีย์เดือดร้อนจึงคิดหาวิธีที่จะทำลายพระพุทธศาสนาโดยการกล่าวร้าย พระพุทธเจ้า สาวก แต่ประชาชนก็ยังเลื่อมใสศรัทธาเหมือนเคยในที่สุดเดียรถีย์จึงใช้อุบายทำลาย พระพุทธศาสนาโดยการใช้พุทธบัญญัติที่ว่า “พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกสิ้นท่าหมดอิทธิฤทธิ์ แล้วงดการแสดง ตรงข้ามกับเหล่าคณาจารย์เดียรถีย์ ซึ่งมีปาฏิหาริย์อบรมมั่นคงเต็มที่และมีความพร้อมที่จะแสดงให้เห็นได้ทุก เมื่อถ้าไม่เชื่อก็เชิญพระพุทธเจ้ามาแสดงปาฏิหาริย์แข่งกันก็ย่อมได้เพื่อ พิสูจน์ว่าใครจะเก่งกว่าใคร “

ฝ่ายพระพุทธเจ้าและสาวกก็เงียบเฉย เดียรถีย์จึงกล่าวร้ายหนักอีกว่า “พระพุทธเจ้าไม่มีความสามารถในการแสดงอิทธิฤทธิ์” เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงคิดใคร่ครวญและตัดสินใจที่จะแสดงปาฏิหาริย์ให้ พวกเดียรถีย์ได้ประจักษ์เพื่อไม่ให้พระพุทธศาสนาโดนย่ำยี โดยพระองค์ได้ประกาศว่าจะแสดงยมกปาฏิหาริย์ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ณ ใต้ต้นมะม่วง เมื่อฝ่ายเดียรถีย์รู้ ความดังนั้นจึงแบ่งพวกให้ไปทำลายต้นมะม่วงทุกต้นในเมืองสาวัตถี อีกพวกก็ช่วยกันสร้างมณฑปเพื่อแสดงปาฏิหาริย์ของตน และประกาศให้ประชาชนมาชมความล้มเหลวของพระพุทธองค์ เมื่อถึงกำหนดก็เกิดพายุใหญ่ทำให้มณฑปของเดียรถีย์พังหมดสิ้นส่วน พระพุทธเจ้ายังมิได้แสดงปาฏิหาริย์แต่อย่างใด

ในวันนั้นเอง คนเฝ้าพระราชอุทยานของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชื่อว่า นายคัณฑะ ได้ถวายมะม่วงผล หนึ่งแก่พระพุทธเจ้าเนื่องจากมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงสั่งให้พระอานนท์นำมะม่วงไปทำน้ำปานะ (ปานะ หมายถึง น้ำ ของสำหรับดื่ม) มาถวายและเอาเมล็ดมะม่วงวางบนดิน เมื่อทรงฉันน้ำปานะเสร็จ ก็ทรงล้างพระหัตถ์โดยให้น้ำรดลงบนเมล็ดมะม่วง ทันใดนั้นเอง ก็กลายเป็นต้นมะม่วงที่งอกเงยขึ้นมาและต้นใหญ่ หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าก็แสดงปาฏิหาริย์เนรมิตช่อไฟ ช่อน้ำเนรมิต บุคคลที่เหมือนพระองค์ทุกประการ ทรงแสดงธรรม จงกรม พระพุทธนิมิตให้ประชาชนได้ประจักษ์แก่สายตาจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาโดย ทั่วกัน

วันรุ่งขึ้นเป็นวันเข้าพรรษา พระองค์ประกาศว่าจะไปจะพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เนื่องจากพระพุทธองค์ทรง ต้องการเทศนาโปรดพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา เพื่อเป็นการสนองพระคุณ ดังนั้นพระองค์จึงได้เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดาในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน เมื่อถึงวันออกพรรษาพระพุทธองค์จึงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ทางประตูเมือง สังกัสสนคร เป็นการหยั่งจากเทวโลก (เทโวโรหณะ) เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ประชาชนต่างพร้อมใจกันมารับเสด็จและนำอาหารมาเพื่อทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก ประชาชนบางพวกอยู่ห่างไม่สามารถที่จะถวายอาหารใส่ลงบาตรได้ จึงนำข้าวสาลีมาปั้นเป็นก้อนแล้วโยนใส่ลงในบาตร จนกลายมาเป็นประเพณีนิยมที่ว่าจะต้องทำข้าวต้มลูกโยนซึ่งเป็นข้าวเหนียวห่อด้วยใบมะพร้าวไว้หางยาวเพื่อไว้ใส่บาตรในวันเทโวโรหณะ

วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ร่วมกับพุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่นับถือพระพุทธศาสนา จัดให้มีการทำบุญตักบาตรขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2559 (16th October 2016) เวลา 09.30 น. เพื่อให้สาธุชนได้มาร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง หรือนำภัตตาหารเพลมาร่วมถวายในวันดังกล่าวได้ตามอัธยาศัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0208 946 1357 หรือ 07717 475 789 (PK Sutas)

ทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ 2559

วัดพุทธปทีปและกลุ่มยุวพุทธิกะแห่งสหราชอาณาจักร ได้กำหนดประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในเทศกาลคืนวันส่งท้ายปีเก่า (๒๕๕๘)และทำบุญตักบาตรต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ (๒๐๑๖) ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

กำหนดการพิธีทำบุญส่งท้ายปีเก่าและตักบาตรต้อนรับปีใหม่

กำหนดการพิธีทำบุญส่งท้ายปีเก่าและตักบาตรต้อนรับปีใหม่

Programme of New Year 2016 Ceremony

Programme of New Year 2016 Ceremony

ภาพกิจกรรมบวชศีลจาริณี-1

ภาพกิจกรรมการบวชศีลจาริณี ประจำปี 2558
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ระหว่างวันที่ 18-26 กรกฎาคม 2558
อำนวยการโดย พระราชภาวนาวิมล วิ.
ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร
เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน

 

 

อาสาฬหบูชา (Asalha Puja Day)

asl2

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้วนั้นชมพูทวีปในสมัยโบราณ กำลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองเฟื่องฟูทุกด้านและมีคนหลายประเภททั้งชนผู้มั่งคั่งร่ำรวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อและ ข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ำรวยได้ประกอบพิธกรรมแก่ตนเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียน ในอำนาจและโภคสมบัติที่ออกบวช หรือบางพวกก็แสวงหาคำตอบที่เป็นทางรอกพ้นด้วยการคิดปรัชญาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เหลือวิสัยและไม่อาจพิสูจน์ได้บ้าง พระพุทธเจ้าจึงทรงอุบัติในสภาพเช่นนี้ และดำเนินชีพเช่นนี้ด้วยแต่เมื่อทรงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขาดแก่นสาน ไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ตนเองและผู้อื่น จึงทรงคิดหาวิธีแก้ไขด้วยการทดลองต่าง ๆ โดยละทิ้งราชสมบัติ และอิสริยศแล้วออกผนวช บำเพ็ญตนนานถึง ๖ ปี ก็ไม่อาจพบทางแก้ได้ ต่อมาจึงได้ทางค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เมื่อทรงปฏิบัติตามมรรคานี้ก็ได้ค้นพบสัจธรรมที่นำคุณค่า แท้จริงมาสู่ชีวิต อันเรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๔๔ ปี ที่เรียกว่า การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นทรงงานประกาศศาสนาโดยทรงดำริหาทางที่ได้ผลดีและรวดเร็ว คือ เริ่มสอนแก่ผู้มีพื้นฐานภูมิปัญญาดีที่รู้แจ้งคำสอนได้อย่างรวดเร็วและสามารถนำไปชี้แจงอธิบาย ให้ผู้อื่นเข้ามาได้อย่างกว้างขวาง จึงมุ่งไปพบนักบวช ๕ รูป หรือเบญจวัคคีย์ และได้แสดงธรรม เทศนาเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน ๘


ใ จ ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ป ฐ ม เ ท ศ น า

ในการแสดงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการคือ

ก. มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด ๒ อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ

๑. การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่า เป็นการหลงเพลิดเพลินหมกหมุ่นในกามสุข หรือ กามสุขัลลิกานุโยค

๒. การสร้างความลำบากแก่ตนดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น การดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

ดังนั้นเพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ ๘ ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ ๘ ได้แก่

๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง

๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
๔. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
๕. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

ข. อริยสัจ ๔ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่

๑. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด

๒. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ

๓. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา

๔. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห้งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้น


ผ ล จ า ก ก า ร แ ส ด ง ป ฐ ม เท ศ น า

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแล้ว ปรากฏว่าโกณฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าเบญจวัคคีย์ได้เกิดเข้าใจธรรม เรียกว่า เกิดดวงตาแห่งธรรมหรือธรรมจักษุ บรรลุเป็นโสดาบัน จึงทูลขอบรรพชาและถือเป็นพระภิกษุสาวก รูปแรกในพระพุทธศาสนา มีชื่อว่า อัญญาโกณฑัญญะ


ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง อ า ส า ฬ ห บู ช า

     “อาสาฬหบูชา” (อา-สาน-หะ-บู-ชา/อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา) ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทางจันทรคติ) กับบูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘ หรือเรียกให้เต็มว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา

 โดยสรุป วันอาสาฬหบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญ เดือน ๘ หรือ การบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญ เดือน ๘ คือ

๑. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา
๓. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรกคือการที่ท่านโกณฑัญญะรู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์
๔. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่ท่านโกณฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวชเป็นพระภิกษุ หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว
๕. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวกคือ การที่ท่านโกณฑัญญะนั้น ได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า

เมื่อเปรียบกับวันสำคัญอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนา บางทีเรียกวันอาสาฬหบูชา นี้ว่า วันพระสงฆ์ (คือวันที่เริ่มเกิดมีพระสงฆ์)

 

ที่มา : www.dhammathai.org

โครงการภาคฤดูร้อน ปี 2558

ความเป็นมาของโครงการ

สหราชอาณาจักรเป็นประเทศมหาอำนาจที่เก่าแก่ประเทศหนึ่งในทวีปยุโรป ปัจจุบันมีคนไทยเดินทางเข้าไปอาศัยตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก ซึ่งบุตรหลานของครอบครัวคนไทยเหล่านี้มีสัญชาติอังกฤษที่เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต จึงเป็นที่น่าเสียดาย หากว่า เด็กและเยาวชนไทยเหล่านี้จะลืมเลือนและหันหลังให้กับศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย

วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจและเผยแพร่พระพุทธศาสนา จึงได้จัดการศึกษาด้านภาษาและวัฒนธรรมไทยให้แก่เด็กและเยาวชนที่เป็นบุตร หลานของคนไทย และดำเนินการให้มีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยมีพระธรรมทูตและผู้ช่วยพระธรรมทูตเป็นครูผู้สอน ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้นประมาณ 100 คน

วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันที่อบอุ่น มีความเมตตาเป็นมิตรไมตรี เอื้อเฟื้อเกื้อกูล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงทำให้เป็นสังคมแห่งความผาสุก คนไทยจึงเป็นคนที่มีความรักความผูกพัน ให้ความสำคัญของการสืบเชื้อสาย การถ่ายทอดวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งจึงเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันเป็นภาวะของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกด้านอย่างรวดเร็ว จึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและวิถีชีวิต การย้ายถิ่นฐานที่อยู่เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง ช่วงเวลาที่ขาดการฝึกฝนหรือสื่อสารทำให้ภาษาและวัฒนธรรมไทยอาจจางหายไปอย่างน่าเสียดายว่า ภาษาและวัฒนธรรมเป็นเครื่องบ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นชาติของคนไทยกำลังจะสูญหายไปจากสังคมคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ดังนั้นคนไทยทุกคน หน่วยราชการไทยทุกหน่วยจึงต้องตระหนักและมีส่วนร่วมในการให้ความร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ สืบสานสนับสนุนและธำรงไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

วัดพุทธปทีป และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เป็นหน่วยงานไทยในต่างแดนที่ตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงขอความร่วมมือจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยให้แก่เด็กและเยาวชนในประเทศอังกฤษ เพื่อสืบสานเอกลักษณ์ของชาติด้านภาษาและวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่ต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อให้บริการด้านวิชาการ การเรียนภาษาและวัฒนธรรมไทย เน้นการปลูกฝังความเป็นไทยให้แก่เด็กและเยาวชนไทยในประเทศอังกฤษ
2. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยในต่างแดนได้ตระหนักและธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย
3. เพื่อสร้างหลักสูตรระยะสั้นระดับอนุบาลศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กไทยในประเทศอังกฤษ

ระยะเวลาดำเนินการ เดือนพฤษภาคม – กันยายนของทุกปี

1. เดือนพฤษภาคม ทางวัดพุทธปทีปประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อเชิญครูอาสาสมัคร
2. เดือนกรกฎาคม รับสมัครนักเรียน
3. เดือนสิงหาคม จัดกิจกรรมการเรียนการสอน
4. เดือนกันยายน สรุปผลโครงการ

วิธีดำเนินการ

1. วัดพุทธปทีปร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วางแผนดำเนินงานร่วมกัน
2. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการคัดเลือกครูอาสาสมัคร ดำเนินการร่างหลักสูตรและสร้างหน่วยการเรียนรู้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

2.1 คณะศึกษาศาสตร์ส่งรายชื่อคณะครูที่ได้รับการคัดเลือกให้ทางวัดพุทธปทีป ภายในต้นเดือนพฤษภาคม
2.1 วัดพุทธปทีปส่งรายชื่อคณะครูให้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ภายในกลางเดือนพฤษภาคม
2.3 สถานเอกอัครราชทูตส่งหนังสือขออนุมัติทำวีซ่าของคณะครูไปที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพมหานคร ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม
2.4 เมื่อได้รับหนังสือส่งรายชื่อจากวัดพุทธปทีปและสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงลอนดอน คณะครูขออนุมัติไปราชการจากหน่วยงาน เตรียมเอกสารการประกันสุขภาพและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นขออนุมัติวีซ่าที่กรุงเทพฯ ภายในต้นเดือนมิถุนายน

3. คณะครูดำเนินการเรื่องการขออนุมัติการเดินทางไปต่างประเทศ ณ บริษัทวีเอฟเอส(อาคารรีเจนท์ ถ.ราชดำริ กรุงเทพฯ) ตัวแทนของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ภายในเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนกรกฎาคม
4. คณะครูส่งผลแจ้งการอนุมัติการขอวีซ่าต่อวัดพุทธปทีป เพื่อยืนยันผลการขอวีซ่าภายในต้นเดือนกรกฎาคม
5. ดำเนินงานตามหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนกันยายน
6. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน ภายในต้นเดือนกันยายน

คณะครูอาสาจาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะครูอาสาจาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. เด็กไทยที่อาศัยในประเทศอังกฤษได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย
2. ผู้ปกครองเด็กไทยที่อาศัยในประเทศอังกฤษได้รับความพึงพอใจและเห็นความสำคัญของ การเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยของบุตรหลาน
3. วัดพุทธปทีป และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอังกฤษได้เป็นหน่วยงานสนับสนุนและเผยแพร่การเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย
4. คณะครูอาสาได้รับประสบการณ์การสอนเด็กไทยในต่างประเทศ รวมถึงการสร้างหลักสูตรและออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมไทยแก่เด็กไทยที่อาศัยในประเทศอังกฤษ
5. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับวัดพุทธปทีป และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอังกฤษในการเผยแพร่การเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย

APPLICATION FORM

SUMMERFORM2015 APPLICATION FORM

 

OPEING PROGRAMME (กำหนดการพิธีเปิดโครงการ)

SUMMER-OPENING-ENGPRO58

กำหนดการพิธีเปิดโครงการ ประจำปี 2558 (2015)

 

กำหนดการพิธีเปิดโครงการ ประจำปี 2558 (2015)

กำหนดการพิธีเปิดโครงการ ประจำปี 2558 (2015)

MORE INFORMATION (รายละเอียดเพิ่มเติม)
ติดต่อสอบถาม และยื่นใบสมัครได้ที่ พระอาจารย์สุทัศน์ อมรสุทฺธิ โทร. 07447 932 217 หรือ 0208 946 1357  | Line ID : iconmong |

ขอเชิญร่วมพิธีทำบุญวันอดีตเจ้าอาวาส

LATEABBOTSMEMORIALDAY2015
อดีตเจ้าอาวาส หมายถึง พระธรรมทูต ซึ่งได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสหราชอาณาจักร เมื่อเวลาล่วงเลย พระเถระเหล่านั้น ได้มรณภาพ แต่ความดีงามที่ได้ทำต่อพระพุทธศาสนา และชุมชนชาวไทย ชาวต่างชาติ ยังสถิตย์มั่น คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดพุทธปทีป ได้ปรารภเหตุในกตัญญูกตเวทิตา จึงจัดพิธีทำบุญอุทิศถวายน้อมเป็น -บูรพปูชนียาจมรย์- ขึ้น (ภาพที่ปรากฎคือ พระธรรมธีรราชมหามุนี -โชดก ญาณสิทฺธิ ป.๙ อดีตเจ้าอาวาสรูปแรก และอดีตพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ผู้ถวายวิชาครูแด่พระวิปัสสนาจารย์จำนวนหลายรูป อาทิเช่น หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี เป็นต้น) ท่านทีประสงค์จะร่วมทำบุญติดต่อได้ที่โทร. 0208 946 1357

LATEABBOTSMEMORIALDAY20152

รายการบำเพ็ญกุศล
LATEABBOTSMEMORIALDAY20153

หนังสือปรัชญาลอยนวล

หนังสือปรัชญาลอยนวล (Freedom of Thought) เป็นหนังสือเล่มเล็กที่รวบรวมแนวคิด เพื่อสื่อความรู้ มุมมอง และทัศนะต่อการดำเนินชีวิต ผ่านตัวหนังสือสู่หน้ากระดาษ เหมาะสำหรับทุกท่าน อ่านง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ทว่าเป็นมิตรต่อผู้อ่าน ด้วยภาพสวย ภาษาที่เรียบง่าย อ่านจบได้ในเวลาเพียงนาทีกว่าในแต่ละตอน ท่านผู้อ่านสามารถ (ทดลอง) ทำการดาวน์โหลดไปอ่านในเครื่องมือสื่อสารของตัวเองได้ที่ลิงคด้านล่างนี้

1. ePub Format Type (สำหรับ iPhone/iPad or Mac computer ที่มี iBook Application)

2.eBook PDF Format Type (สำหรับ Android Phone, Android Tablets หรือ PC-Computer ทั่วไป)

หวังว่า เนื้อหาในหนังสือนี้ คงเปิดทางตีบตันให้กว้างขึ้นกว่าเดิมได้บ้าง

 

อมรสุทฺธิ ภิกฺขุ

 

Life is the most Brilliant

WAT BUDDHAPADIPA WIMBLEDON LONDON

ชีวิต (Human Life) คือ สิ่งที่มีค่ามากที่สุด เพราะแต่ละชีวิตมีโอกาสได้มาเพียงครั้งเดียว หากไม่ถนอมรักษาไว้ด้วยดี  ชีวิตก็ย่อมมีอันจบสิ้นและหมดคุณค่าลงทันที การดำเนินชีวิต (Lives our life) ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่พึงระมัดระวัง และพึงใส่ใจทุกองคาพยพ (Moment to moment) ก่อนจะมีสิ่งแปลกปลอมปรากฏเข้ามา ซึ่งอาจทำให้สิ้นเปลืองเวลาและทรัพย์ในการขจัดสิ่งเหล่านั้น การรู้จักชีวิตย่อมเติบโตมาจากการเรียนรู้ชีวิต สิ่งที่เราเกี่ยวข้องทุกอย่างจะเป็นห้องเรียนที่เต็มไปด้วยสรรพวิชา แม้บางวิชาไม่ชวนให้อยากเรียนรู้ แต่ทว่าก็ไม่อาจเลี่ยง จำเป็นต้องรู้ และไม่รู้ไม่ได้ สิ่งที่รู้แล้ว จะคอยสอนให้เลือกรับและปรับปรุงชีวิตให้ดีและสมบูรณ์ขึ้น การผูกมัดตัวเองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งยังขาดความสมดุลและความพอดี (ทั้งการคิดและการทำที่เป็นไปได้) อาจฉุดให้อ่อนล้าเหนื่อยเปลี้ยเสียศูนย์ทางความรู้สึก จนลืมไปว่า “สาระสำคัญของชีวิตนั้นยังมีอะไรที่มากกว่า” เพราะการแสวงหาตามบทวิถีที่หนึ่งชีวิตพึงมีพึงได้ เป็นกลไกขับเคลื่อน “อัตภาพ” ให้ดำรงอยู่ แต่ยังไม่ใช่กลไกให้การดำรงอยู่นั้นสมบูรณ์ที่สุดและเสี่ยงน้อยลง เป็นเพียงการเพิ่มความสะดวก สบาย และไม่สร้าง “ปัญหา” ให้ยุ่งยากต่อการแสวงหาคำตอบ คำว่า “อะไรที่มากกว่า” คือ สิ่งใดหรือ ? คือ สิ่งที่ช่วยให้การผูกมัดในสิ่งต่าง ๆ ถูกปลดออก เป็นความมีที่ไม่ผูกขาดชีวิต ทว่าเสริมการใช้ชีวิตให้มีสภาพที่เรา “พอใจแม้จะยังมีไม่พอก็ตาม” “รู้สึกผ่อนคลายแม้จะยังได้ไม่หมดก็ตาม” หรือ “สงบได้แม้ไม่เท่าเทียมกับใครก็ตาม” ชีวิตที่ปูทางไว้เช่นนี้ อาจไม่เหมาะนักกับผู้ที่ยังขับเคลื่อนชีวิตด้วยคำว่า “ต้องมี” แต่ถ้าเข้าใจว่า “ควรมีอย่างไรใจจึงไม่อ่อนเปลี้ยเสียแรงจนกลายเป็นเหมือคนไข้และต้องใช้สิ่งที่มีขจัดอาการป่วยไข้” ต่างหากน่าสนใจกว่า ดังนั้น เราควรถนอมชีวิตเพื่อสร้างสรรค์โลก สร้างสรรค์สิ่งดีงาม และเพื่อความสงบแห่งใจ ให้เติบโตเป็นโลโก้ให้คนอื่นได้ชื่นชม เสมือนดอกไม้ที่มอบความสงบ ความสวยงาม ให้มนุษย์อย่างเรา ๆ ยลจนเพลินอุรา (อมรสุทฺธิ ภิกฺขุ)

รู้เท่าทันจิต พิชิตทุกข์

รู้เท่าทันจิต พิชิตทุกข์ในแต่ละวัน

รู้เท่าทันจิต พิชิตทุกข์ในแต่ละวัน

เมื่อใดที่ความทุกข์ (วิตกกังวล เครียดกับภาระหน้าที่ ไม่สมปรารถนาดังที่ตั้งใจ ผิดหวังกับคนรอบกาย กับอนาคตที่ไม่แน่นอน หรืออะไรอีกมากมายที่เป็นเหมือนหนามคอยทิ่มแทง) มากระทบที่ใจ หลายคนก็มักจะตกอยู่ในสภาวะดังกล่าวแบบจำยอม หรือถ้าไม่ก็คงอยู่ในระยะเวลาของการหาทางออก จะออกซ้ายหรือขวา ก็ยังมืดมัวเต็มประดา ซึ่งแท้จริงแล้ว การที่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากต่าง ๆ ก็ล้วนแต่มีเหตุมีปัจจัยประกอบเป็นหลัก การรับรู้เหตุและปัจจัยที่ประดังเข้ามาต่างหากน่าสนใจ และใครกันละที่ไปเชื้อเชิญเรื่องราวเหล่านั้นให้เหยียบย่างมาถึงขั้นบันไดชีวิต…คำตอบหนึ่งก็คือ -จิต- ที่แส่หานั่นเอง …ดังนั้นหากรู้เท่าทันจิต (ที่คิดและตีสนิท) กับเรื่องเหล่านั้นได้ ย่อมง่ายต่อการแยกแยะและพิจารณาหาสาระในความทุกข์ (ที่มากระทบนั้น ๆ) ได้ง่ายขึ้น เพราะเสมือนเราได้ใช้ปัญญาที่ยังหลับอยู่ให้ตื่นมาช่วยทำหน้าที่ของตนนั่นเอง (อมรสุทฺธิ ภิกฺขุ)

ทำความดีเท่าที่ตนมีโอกาส

การทำอะไรดีๆ ไม่มีเหตุผลให้ลังเล ยิ่งถ้าเป็นการสมาทานศีลและการปฏิบัติธรรม (ทำใจได้ใกล้ชิดธรรมะ) ด้วยแล้ว ยิ่งต้องเร่งรุกปลุกตนให้ตื่นจากการโอบกอดของหมู่มลทินที่นั่งนิ่งในเรือนใจ ฉะนั้น วันพระ จึงเป็นเสมือนเครื่องมือ Notification Tools ช่วยย้ำเตือนให้เราได้ทบทวนศีล ได้ทบทวนสมาธิ (ตั้งใจมั่นไว้ในกุศล) และการเจริญภาวนา (การพัฒนายกระดับใจให้ปลอดภัยจากการรบกวนของสิ่งเศร้าหมองทั้งปวง) หลายคนบ่นเพียงลำพังว่า ความสุขมันช่างเกิดขึ้นกับเรายากเหลือเกิน ความทุกข์ทำไมช่างทับถมเราเหลือเกิน ในสุขหรือทุกข์หากพินิจด้วยใจที่ปล่อยวาง อาจมีหนทางให้เราก้าวไปพบกับความโปร่งเบา เพราะปล่อยวาง (ไว้ก่อน) จะช่วยทำให้เกิดความเบากาย เบาใจ และเบาต่อการพาใจไปถึงฝั่งแห่งสัจธรรมด้วย จึงขอฝากแนวคิดเพื่อพินิจข้อธรรมในวันพระนี้แด่ทุกท่าน (อมรสุทฺธิ ภิกฺขุ)

สาระโลกและสาระธรรม

สาระทางโลกและสาระทางธรรมนั้น มีขอบเขตเฉพาะตัว พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า กิจฺโฉ มนุสฺส ปฎิลาโภ แปลความว่า การได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์นั้นยาก (การเกิดเป็นมนุษย์ในแต่ละครั้งนั้นยาก) เมื่อเกิดมาแล้วย่อมมีสิ่งต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหรือเราเองไปเกี่ยวข้องด้วย ทุกการเกี่ยวข้องจึงมองเป็น ๓ นัย คือ มุ่งสาระ ด้อยสาระ และไม่ทั้งสอง (รู้สึกเฉยๆ) คำว่า -สาระ- ในมิติของธรรม หมายถึง กุศลเหตุที่เอื้ออำนวยให้กุศลวิบากเป็นผลลัพธ์ หมายความว่า การประพฤติดีด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยการคิดดี ย่อมส่งผลให้ผู้ประพฤติตามนั้น ละจากการทำ การพูด การคิด ที่ต่ำ และเป็นเหตุให้สามารถยกระดับชีวิตขึ้นสู่ความเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะที่ดีงาม น่าคบหา น่าพาที และวางใจเมื่อได้รู้จัก (Spiritual helpfulness) ส่วน -สาระ-ในมิติทางโลก มุ่งหมายเอาการรู้จักเลือกให้เกิดคุณประโยชน์แท้ ๆ ไม่เทียม ไม่ลวง (Benefit Helpfulnes) สาระทั้งสองประการ จะเติบโตขึ้นได้หรือเพิ่มพูนเข้ามาในชีวิตของบุคคลได้ ก็ด้วยการรู้จักคัดสรรอย่างมีสติ มีวิจารณญาน (Discretion) มีอุปนิสัยถี่ถ้วนละเอียดละออ มีเหตุผลรองรับอย่างสมดุล เมื่อชีวิตบรรจบปลายทางวายปราณ สาระทางธรรมนั้น จะสถิตย์แน่นในจิตของบุคคลนั้นไปเหมือนลายเสือที่ติดตัวมาแต่เกิด ส่วนสาระทางโลกย่อมละจากบุคคลเหมือนเส้นผมที่หลุดแล้วย่อมไม่อาจนำกลับไปปักไว้ดังเดิมได้ ฉะนั้น จะเลือก -แก่น- อะไร? ถามตัวเองให้บ่อย และตอบให้บ่อย ๆ แล้วค่อยตัดสินใจ (อมรสุทฺธิ ภิกฺขุ)