Life is the most Brilliant

WAT BUDDHAPADIPA WIMBLEDON LONDON

ชีวิต (Human Life) คือ สิ่งที่มีค่ามากที่สุด เพราะแต่ละชีวิตมีโอกาสได้มาเพียงครั้งเดียว หากไม่ถนอมรักษาไว้ด้วยดี  ชีวิตก็ย่อมมีอันจบสิ้นและหมดคุณค่าลงทันที การดำเนินชีวิต (Lives our life) ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่พึงระมัดระวัง และพึงใส่ใจทุกองคาพยพ (Moment to moment) ก่อนจะมีสิ่งแปลกปลอมปรากฏเข้ามา ซึ่งอาจทำให้สิ้นเปลืองเวลาและทรัพย์ในการขจัดสิ่งเหล่านั้น การรู้จักชีวิตย่อมเติบโตมาจากการเรียนรู้ชีวิต สิ่งที่เราเกี่ยวข้องทุกอย่างจะเป็นห้องเรียนที่เต็มไปด้วยสรรพวิชา แม้บางวิชาไม่ชวนให้อยากเรียนรู้ แต่ทว่าก็ไม่อาจเลี่ยง จำเป็นต้องรู้ และไม่รู้ไม่ได้ สิ่งที่รู้แล้ว จะคอยสอนให้เลือกรับและปรับปรุงชีวิตให้ดีและสมบูรณ์ขึ้น การผูกมัดตัวเองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งยังขาดความสมดุลและความพอดี (ทั้งการคิดและการทำที่เป็นไปได้) อาจฉุดให้อ่อนล้าเหนื่อยเปลี้ยเสียศูนย์ทางความรู้สึก จนลืมไปว่า “สาระสำคัญของชีวิตนั้นยังมีอะไรที่มากกว่า” เพราะการแสวงหาตามบทวิถีที่หนึ่งชีวิตพึงมีพึงได้ เป็นกลไกขับเคลื่อน “อัตภาพ” ให้ดำรงอยู่ แต่ยังไม่ใช่กลไกให้การดำรงอยู่นั้นสมบูรณ์ที่สุดและเสี่ยงน้อยลง เป็นเพียงการเพิ่มความสะดวก สบาย และไม่สร้าง “ปัญหา” ให้ยุ่งยากต่อการแสวงหาคำตอบ คำว่า “อะไรที่มากกว่า” คือ สิ่งใดหรือ ? คือ สิ่งที่ช่วยให้การผูกมัดในสิ่งต่าง ๆ ถูกปลดออก เป็นความมีที่ไม่ผูกขาดชีวิต ทว่าเสริมการใช้ชีวิตให้มีสภาพที่เรา “พอใจแม้จะยังมีไม่พอก็ตาม” “รู้สึกผ่อนคลายแม้จะยังได้ไม่หมดก็ตาม” หรือ “สงบได้แม้ไม่เท่าเทียมกับใครก็ตาม” ชีวิตที่ปูทางไว้เช่นนี้ อาจไม่เหมาะนักกับผู้ที่ยังขับเคลื่อนชีวิตด้วยคำว่า “ต้องมี” แต่ถ้าเข้าใจว่า “ควรมีอย่างไรใจจึงไม่อ่อนเปลี้ยเสียแรงจนกลายเป็นเหมือคนไข้และต้องใช้สิ่งที่มีขจัดอาการป่วยไข้” ต่างหากน่าสนใจกว่า ดังนั้น เราควรถนอมชีวิตเพื่อสร้างสรรค์โลก สร้างสรรค์สิ่งดีงาม และเพื่อความสงบแห่งใจ ให้เติบโตเป็นโลโก้ให้คนอื่นได้ชื่นชม เสมือนดอกไม้ที่มอบความสงบ ความสวยงาม ให้มนุษย์อย่างเรา ๆ ยลจนเพลินอุรา (อมรสุทฺธิ ภิกฺขุ)

Posted in ข้อธรรมนำชีวิต.